พี่มิก × Clipto Media

สรุปห้อง Discovery
คลิปพรีเซนต์สำหรับยื่นงานหน่วยงาน

ทุกข้อในเอกสารนี้มาจากที่คุยกันจริงในห้อง เรื่องที่ยังไม่เคาะเขียนไว้ชัดว่ายังไม่เคาะ

ศุกร์ 8 สิงหาคม 256909:40 น.คุยกัน 77 นาทีได้ข้อสรุป 2 คลิป

Objective

เราทำคลิปนี้ไปทำไม

ปลายทางของคลิป
เพื่อให้กรรมการเปิดใจรับฟังเรามากขึ้น ไม่ใช่คลิปสร้างการรับรู้ และไม่ใช่คลิปขายของ

คลิปนี้ไม่ได้เอาไปลงโซเชียล แต่เอาไปเปิดในห้องพรีเซนต์ตอนยื่นงาน คนที่ดูคือผู้มีอำนาจตัดสินใจของหน่วยงาน

2
คลิป
คนละกลุ่มเป้าหมาย
12
บริษัททั้งประเทศ
ที่มีสิทธิ์ยื่นงานนี้
10
นาทีโดยทั่วไป
ที่ได้พรีเซนต์
ประเด็นที่คุยกันในห้อง ช่างภาพทั้งประเทศมีเป็นแสนคน แต่ที่มีคุณสมบัติยื่นงานลักษณะนี้ได้จริงมีแค่ราว 12 บริษัท แปลว่าเราไม่ได้แข่งกับคนทั้งตลาด เราแข่งกับอีก 11 เจ้าที่กรรมการก็เคยเห็นมาแล้วเหมือนกัน

Key Message

ประโยคเดียวที่อยากให้กรรมการจำ

“กล้องเหมือนกัน
แต่ภาพที่ออกมาไม่เหมือนกัน”
ประโยคนี้เกิดขึ้นในห้องแล้วทุกคนเห็นตรงกันว่าใช้ได้ เพราะมันยอมรับความเหมือนก่อน แล้วค่อยชี้ความต่าง คนฟังจึงไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด

Positioning

คำที่เราจะใช้เรียกตัวเอง

ในห้องใช้เวลากับเรื่องนี้พอสมควร เพราะคำที่ใช้ผิดจะทำให้หน่วยงานเข้าใจงานเราผิดตั้งแต่แรก

ภาพพิธีการคำกลางที่หน่วยงานราชการทุกที่เข้าใจตรงกัน ใช้เรียกตัวงาน
ช่างภาพชำนาญการ หรือ ช่างภาพพิธีการคำที่ใช้เรียกตัวคน ในห้องเห็นว่าเป็นคำเดียวกัน
ภาพงานรับวุฒิบัตรใช้ได้เหมือนกัน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับต้นจนถึงปริญญาเอก
ทำไมไม่ใช้คำว่า “ช่างภาพรับปริญญา” เพราะเวลาคนค้นคำนี้ในเว็บ 99% จะเจอช่างภาพที่รับถ่ายเดี่ยวแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละงานกับที่เราทำโดยสิ้นเชิง ใช้คำนี้เท่ากับพาตัวเองไปยืนผิดที่

USP

สิ่งที่เรามีแล้วที่อื่นให้ไม่ได้

One Stop Service ตั้งแต่ต้นจนจบ ในห้องพูดว่า น่าจะเป็นบริษัทเดียวที่ทำครบตั้งแต่ต้นจนจบในที่เดียว ไม่ต้องส่งต่อให้ใคร
ผลิตกรอบรูปเองทั้งหมด ขึ้นแบบ 3D เอง กรอบ Customize ได้ หน้าตาไม่เหมือนใคร อันนี้เป็นทั้งความแตกต่าง เป็นทั้งอุปกรณ์ และเป็นทั้งผลงานในตัวเดียวกัน
ประสบการณ์ที่วัดกันไม่ได้ด้วยจำนวนงาน ผลงานสะสมกว่าสิบปี รวมถึงงานถ่ายภาพระดับที่ไม่ใช่ทุกคนจะเคยได้ทำ

Decision Maker

คนที่ดูคลิปนี้คือใคร

แต่ละที่ไม่เหมือนกัน บางที่อธิการบดีตัดสินคนเดียว บางที่เป็นคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งมา 30 คน

ฝ่ายจัดซื้ออยากรู้ว่าหน่วยงานจะได้ประโยชน์อะไร คุ้มไหม เงื่อนไขเป็นยังไง
ผู้บริหารหรือคนที่ดีลตรงอยากรู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง เคยผ่านงานอะไรมา มีเครื่องมืออะไร
ข้อสรุปในห้อง เพราะคนฟังไม่เหมือนกัน คำที่ใช้ในคลิปจึงต้องเป็นคำกลาง ๆ ที่ทุกฝ่ายรับได้ ส่วนการเน้นหนักเบาไว้ไปเน้นตอนพูดสดหน้างาน ซึ่งคุมได้เองอยู่แล้ว

How They Score

เขาตัดสินกันด้วยอะไร

ทุกที่ดู 6 ถึง 7 เรื่องเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ให้น้ำหนักไม่เท่ากัน และเราคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้

ชนิดและอุปกรณ์การถ่ายภาพ
ความคมชัดของภาพตัวอย่าง
คุณภาพของกระดาษที่ใช้
ราคา
ระยะเวลาการเปิดรับจอง
ประวัติการปฏิบัติงานและผลงานที่ผ่านมา
เงินบำรุง
เคสจริงที่ยกในห้อง ที่ ม.อ. สงขลานครินทร์ ให้คะแนนเงินบำรุงแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 2 คะแนน ทั้งที่เราให้สูงที่สุดก็ยังแพ้ ขณะที่บางแห่งให้เงินบำรุงถึง 40 คะแนน

สรุปคือ ชนะกันที่คะแนนรวม ไม่ใช่ชนะที่ข้อใดข้อหนึ่ง คนที่ชนะคือคนที่กลมกล่อมที่สุด ไม่ใช่คนที่โดดไปทางใดทางหนึ่ง

Customer Journey

งานเข้ามาหาเราได้ 2 ทาง

1
คนที่เคยจ้างแล้วบอกต่อ ทางนี้ไม่ต้องออกแรง แต่ควบคุมจังหวะไม่ได้
2
ฝ่ายจัดซื้อค้นหาเองแล้วเอาไปเสนอนาย ค้นจาก Google หรือ Facebook เทียบ 3 เจ้า แล้วเสนอขึ้นไปให้เลือก
3
แต่ตอนนี้ 90% เราเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาเอง ยิ่งหน่วยงานใหญ่ ยิ่งไม่ออกมาหาใคร เราต้องเป็นคนไปดูเองว่าเขาจะเปิดประมูลเมื่อไหร่ และกรรมการฝ่ายไหนเป็นคนตัดสิน
สิ่งที่ข้อ 3 บอกเรา คลิปนี้จึงไม่ใช่คลิปไว้ให้คนค้นเจอ แต่เป็นคลิปที่เราถือติดตัวเข้าไปเปิดในห้อง

Structure

โครงสร้างคลิป 5 ท่อน

ท่อนเดียวกันทั้ง 2 คลิป ต่างกันแค่เนื้อในและภาษาที่ใช้

1
Hook — เปิดต่อมความสนใจ 4 ถึง 5 วินาทีแรก ห้ามพูดถึงตัวเองทันที ให้เปิดด้วยประเด็นความต่างก่อน สมัยนี้คนสมาธิสั้น ถ้าไม่ดึงไว้ตั้งแต่แรกเขาหลุดทันที
2
Intro — แนะนำตัว ไม่ใช่ “สวัสดีครับผมชื่อ…” แต่เป็นการเท้าความจากสิ่งที่เกิดขึ้น พอคนอยากรู้ถึงจุดพีคแล้วค่อยบอกว่าเราเป็นใคร
3
Body — ขยายความ อธิบายว่าที่เปิดประเด็นไว้มันคืออะไร พร้อมเหตุผลประกอบ
4
Tie In — ทำไมต้องเลือกเรา ตรงนี้คือที่วาง Offer และ Selling Point ที่คนอื่นให้ไม่ได้
5
CTA — แนะนำตัวอีกครั้ง ตามหลักจิตวิทยา คนจำชื่อที่ได้ยินตอนท้ายได้ดีกว่าตอนต้น เพราะฉะนั้นต้องบอกชื่ออีกรอบก่อนจบ
เหตุผลที่ต้องเปิดด้วย Hook ถ้ากรรมการนั่งฟังมาแล้ว 5 เจ้า ทุกเจ้าเปิดเหมือนกันหมด เขาเดาทางออกตั้งแต่วินาทีแรก แต่ถ้าเราเปิดไม่เหมือนใคร เขาจะสะดุด แล้วคลิปเราจะกลายเป็นคลิปเดียวที่เขานึกออกตอนกลับไปคิด

Shot List

คลิปที่ 1 · สถาบันการศึกษา

Clip 1
สื่อสารกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา
ภาพ
ยืนพูดหน้ากล้องที่ออฟฟิศ ให้เห็นทีมงานกำลังทำงานอยู่ด้านหลัง เพราะแบ็คกราวด์นี้สื่อ 2 อย่างพร้อมกัน คือมีออฟฟิศจริง มีทีมจริง และมีระบบภายในองค์กรจริง
Hook
“ช่างภาพพิธีการ ถ่ายงานรับปริญญาแบบหมู่คณะ ไม่เหมือนกับช่างภาพถ่ายงานรับปริญญาทั่วไปนะครับ”
Intro
ช่างภาพเหมือนกัน แต่ลักษณะงานต่างกัน ต่างกันยังไง เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังครับ
Body
อธิบายความต่างเป็นข้อ ๆ
อุปกรณ์ งานหมู่คณะต้องใช้อุปกรณ์คนละแบบกับงาน Portrait ทั้งเรื่องความเร็ว ข้อจำกัดของ Memory แบตเตอรี่ และ Monitor ที่ใช้ควบคุมงาน
การเตรียมการ ช่างภาพทั่วไปหา Reference มาก่อนแล้วถ่ายตามที่ระบุ แต่งานพิธีการไม่มี Reference ต้องอ่านสถานการณ์หน้างานให้ได้ภาพที่ดีที่สุด
ผลงาน ยกงานที่เคยทำมาให้เห็นภาพ
ลักษณะงานและทีมงาน จำนวนคน การวางแผน และกำหนดการที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
Tie In
สิ่งที่เรามีและที่อื่นให้ไม่ได้ ตรงนี้คือ One Stop Service และกรอบรูปที่ผลิตเอง
CTA
แนะนำตัวอีกครั้ง ผมมิก แล้วจบ
การแต่งกาย
สมาร์ทแคชวล เข้าถึงง่ายหน่อย เพราะสถาบันการศึกษาใช้ภาษากึ่งทางการ ไม่แข็งเท่าหน่วยงานราชการ

คลิปที่ 2 · หน่วยงานทหารและตำรวจ

Clip 2
สื่อสารกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานราชการ
ภาพ
โลเคชันเดิม ออฟฟิศ ให้เห็นทีมงานทำงานด้านหลังเหมือนกัน
Hook
“กล้องเหมือนกัน แต่สิ่งที่ได้ต่างกัน”
Intro
ถ่ายงานทั่วไปกับถ่ายงานหน่วยงานราชการ รายละเอียดคนละเรื่องกันเลย
Body
ชุดเดียวกับคลิปแรก อุปกรณ์ · การเตรียมการ · ผลงาน · ลักษณะงาน · ทีมงาน แต่เล่าด้วยภาษาที่เป็นทางการกว่า และเจาะจงไปที่บริบทงานราชการ
Tie In
Offer และ Selling Point ที่ที่อื่นไม่มี
CTA
แนะนำตัวอีกครั้งก่อนจบ
การแต่งกาย
เชิ้ตแขนยาว เป็นทางการกว่าคลิปแรก แต่ไม่ต้องถึงกับใส่สูท
วิธีถ่ายที่ตกลงกัน ไม่ต้องท่องบท ทีมจะเป็นคนถามแล้วพี่มิกตอบ โดยทีมจะลิสต์หัวข้อที่ต้องตอบให้ครบไว้ให้ก่อน แล้วค่อยไปเรียงลำดับภาพและลำดับเรื่องตอนตัด

Production

ของที่มีกับของที่ต้องถ่ายเพิ่ม

ฟุตเทจวิดีโอ แทบไม่มี เป็นบริษัทถ่ายภาพ ของที่มีคือภาพนิ่งเกือบทั้งหมด ทางแก้คือเอาภาพนิ่งมาใส่ Movement แล้วถ่ายเพิ่มเฉพาะส่วนที่จำเป็น
ฟุตที่พอมีอยู่ คลิปในโรงงาน ตอนแพ็คของ ตอนยกของ และคลิปที่สต๊อกไว้ในเครื่อง เอามาใช้ได้
โลเคชันที่ใช้ได้ ออฟฟิศสำหรับพูดหน้ากล้อง โรงงานสำหรับภาพการผลิต และโรงพิมพ์ที่มีเครื่องอาบรูป
ข้อกำหนดสำคัญ คลิปต้องเป็นแนวนอน 16:9 เท่านั้น เพราะเอาไปเปิดในห้องพรีเซนต์ ไม่ใช่ลงโซเชียล

Pending

เรื่องที่ยังไม่เคาะ

ต้องถามหน่วยงาน
สถาบันการศึกษากับหน่วยงานราชการ ต้องการอะไรต่างกันจริงไหม ในห้องเห็นว่าน่าจะอยากรู้คล้ายกัน แต่สิ่งที่ต้อง Offer อาจต่างกัน ยังไม่มีใครยืนยัน
รอเคาะ
ความยาวของแต่ละคลิป ในห้องคุยกันว่าเวลาพรีเซนต์ทั่วไป 10 นาที บางที่ 5 นาที แต่ยังไม่ได้ล็อกว่าคลิปควรยาวเท่าไหร่
รอเคาะ
บทเต็มและลำดับภาพ ตกลงกันว่าจะลิสต์หัวข้อที่ต้องตอบให้ครบก่อน แล้วค่อยเรียงตอนตัด

Next Step

ก้าวถัดไป

เริ่มถ่ายวันนี้
เก็บภาพตั้งต้นก่อน
ที่ประชุมสรุปว่าให้เริ่มถ่ายเลย เพราะงานกำลังเข้ามาและสัปดาห์หน้าเริ่มงานจริง ของที่ยังไม่มีค่อยเก็บเพิ่มระหว่างทาง
ถ้ามีตรงไหนในเอกสารนี้ที่เข้าใจไม่ตรงกัน รบกวนแจ้งกลับมาก่อนเริ่มถ่าย เพื่อให้เราปรับความเข้าใจให้ตรงกันก่อนลงมือ